แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านช่องว่างม่านมูลี่ กระทบเข้าดวงตาจนไม่สามารถทนนอนเปื่อยบนเตียง ลองคว่ำหน้าเบี่ยงหลบเผื่อจะช่วยได้บ้าง สุดท้ายแขนขาต้องยอมจำนนบิดไปบิดมาไล่ความเกียจคร้าน ลุกขึ้นพาดผ้าขนหนูขึ้นบ่าเดินตาปรือเข้าห้องน้ำลงอ่างจากุชชี่ไปโดยปริยาย
นานเกือบสองชั่วโมง เครื่องแบบนักศึกษาถึงได้อยู่บนร่างกายสูงยาวเข่าดีในฉบับสมบูรณ์ เพิ่มความหล่อสะท้านใจอีกนิดด้วยเจลแต่งทรงผมเท่เฟี้ยวอย่าบอกใคร ขายาวก็ได้ฤกษ์ก้าวออกจากห้องเพื่อลงมาทักทายสมาชิกภายในบ้านอย่างเช่นทุกวัน
“เจ้ ผมอาจกลับดึกหน่อยนะ” ยิ้มอารมณ์สุนทรีในขณะตักอาหารเข้าปาก หญิงสาวนั่งตรงข้ามตากระตุกเหมือนมีอะไรแปลกๆ จึงไม่รีรอไขข้อสงสัย
“ไปไหนล่ะ เกี่ยวกับน้องซึงรีรึเปล่า” คำตอบคือการพยักหน้า เธอไม่ได้ถามต่อถึงรายละเอียด เมื่อคืนเห็นฤทธิ์เดชแล้วแอบชื่นชมแฟนซึงฮยอนอยู่ไม่น้อย หากเธอไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะยอมหยุดเรื่องงานหมั้นระหว่างวิคกี้กับน้องชายแน่ ที่ทำได้คงแค่เอาใจช่วยชเวซึงฮยอนอยู่ห่างๆ
“แกดูแลน้องเขาแล้วกัน เจ้ว่าม๊าไม่ชอบซึงรี..” น้องชายยกมือโอเคตกลง ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหาร ระบายยิ้มบางให้พี่สาว ตักกับข้าวใส่จานเอาอกเอาใจไม่ให้คนเป็นพี่ขมวดคิ้วเครียดแทนเขามากนัก
ระหว่างมื้อเช้า สองพี่น้องคุยเรื่องสัพเพเหระกระทั่งชเวซึงฮยอนเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแบรนเนมเรือนแพง เข็มสั้นหยุดอยู่ที่เลขสิบซึ่งเป็นเวลาที่เขาควรนั่งจดจ่อตั้งใจเรียนในมหาวิทยาลัย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่รีรอเด้งตัวบอกลาชเวฮเยยุน หยิบกุญแจรถ เดินเร็วๆออกจากตัวบ้านสู่ลานจอดรถด้านหน้า ทว่าวินาทีที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ หญิงสาวผมบ๊อบชนกระแทกไหล่เขากลับหยุดขายาวไว้ชะงักงัน
“ขอโทษครับ พอดีผม...” เอ่ยขอโทษและกำลังบอกสาเหตุ เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวหันมาสบตา ใบหน้าเลือนรางหากฝังลึกในความทรงจำ “...คิม คิมฮาอิน?” เพ่งพิจารณาแล้วมั่นใจว่าไม่ผิด ยิ่งสาวเจ้าผมบ๊อบเรียกชื่อเขาลั่นยิ่งมั่นใจ ริมฝีปากหยักจึงฉีกยิ้มกว้างพร้อมอ้าแขนรับเธอไว้ในอ้อมกอดทั้งตัว “ฮื้อ คิดถึงพี่ซึงฮยอนที่สุดเลย”
*
แสงไฟตัดสลับหลากสีภายใต้เสียงเพลงอึกทึกกระตุ้นอารมณ์ครึกครื้นเป็นอย่างดี แก้วใสดีไซด์สวยบรรจุน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่าค่อยๆไล่รินผ่านลำคอไม่รู้จักพอ เรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้นของหญิงสาวข้างกายยิ่งทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม ตาคมจ้องเพียงริมฝีปากอิ่มที่ทาลิบสติกสีแดงกลอสขยับขึ้นลงบอกเล่าเรื่องราวหลายปีที่ทั้งเขาและเธอไม่ได้เจอกัน
“อยู่ที่โน่นเรียนหนักชะมัด พี่ซึงฮยอนรู้ไหม กว่าฮาอินจะเรียนจบไฮสคูล ฮาอินต้องเจออะไรมาบ้าง ฮื้อ ถ้าตอนนั้นพี่ซึงฮยอนไปอยู่กับฮาอินก็ดีหรอก” ใบหน้าง้ำงอบิดเบี้ยวเมื่อคิดถึงความลำบากในต่างแดนของหญิงสาวผมบ๊อบกำลังสร้างรอยยิ้มบนมุมปากชเวซึงฮยอน
เขาชอบฟังเสียงเธอเล่าแม้เสียงเพลงบีทหนักจะดังสะเทือนโสตประสาทสักแค่ไหน เขาชอบมองใบหน้าเธอเวลาระบายความคิดออกมาเป็นคำพูด
เขาเคยชอบคิมฮาอิน และตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังกลับเข้ามาแทนที่ใครบางคนในหัวใจทีละนิดทีละนิดโดยไม่รู้ตัว
ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเมื่อเช้าเขามีเรียนจนถึงบ่ายสองโมง
ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ..ว่าวันนี้หกโมงเย็นเขานัดใครไว้ที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย
*
ท้องฟ้าสีเทาผิดกับตอนเช้า บรรยากาศขมุกขมัวคล้ายฝนตั้งเค้า กระจกใสมัวหมองลงทันตาเมื่อหยดน้ำเม็ดเล็กสาดกระเซ็นล่วงหล่นจากเบื้องบน เลยเวลานัดมาเกือบสองชั่วโมง ไม่มีวี่แววรุ่นพี่ตาคมชื่อเดียวกัน ไร้เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือจากเบอร์คุ้นเคย กระนั้นความพยายามที่จะนั่งรอก็ยังดำเนินต่อไป เขาไม่คิดโทรถามว่าเพราะเหตุใด ณ ตอนนี้ชเวซึงฮยอนถึงยังไม่มานั่งอยู่ตรงหน้า
กล่องของขวัญขนาดเล็กถูกมือเรียวหยิบขึ้นมามองในระดับสายตา หมุนมองความเรียบร้อยของกระดาษห่อ ก่อนพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา “วันนี้ผมรักพี่ครบหนึ่งปีแล้วนะพี่ซึงฮยอน..”
ท้าวคางมองความวุ่นวายด้านนอก ร่มหลากสีเคลื่อนไหวเชื่องช้าราวกับกำลังชื่นชมสายฝนโปรยปราย เลยได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลับตาทบทวนเรื่องราวต่างๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับสาเหตุการผิดนัด กระทั่งรู้สึกถึงแรงสะกิดด้านหลัง “ซึงรีมานั่งรอนานหรือยัง..” เสียงนุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ ไหนจะรอยยิ้มประจำตัว อีซึงฮยอนไม่เคยลืม “พี่ยุนโฮ...”
ห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไม่เปลี่ยนไปเลยนับจากที่เขาย้ายออกมา ถึงโทนสีเทาดำที่เจ้าของห้องชอบแลดูหมองหม่นบ้างตามเวลา กลิ่นอายความอบอุ่นยังคงฟุ้งกระจายเหมือนเดิม
“กินข้าวยัง พี่ทำมาม่าให้เอาเปล่า” แม้ไม่ได้รับคำตอบ ชองยุนโฮก็จัดการเปิดตู้เย็น หั่นผัก ต้มนู่นต้มนี่ จนได้กลิ่นฉุยๆลอยออกมาจากโซนห้องครัวอยู่ดี ไม่นานนักถ้วยเซรามิคพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของพี่ยุนโฮก็ลอยมาวนเวียนอยู่ตรงหน้า “เอ้า! อร่อยโคตร ไม่เชื่อลอง” อวดสรรพคุณมาม่ารสเด็ด ก่อนวางถ้วยเซรามิคบนโต๊ะญี่ปุ่น ทำท่าจะป้อนให้ถึงปากเมื่อเห็นรุ่นน้องอดีตเจ้าของหัวใจนั่งหน้ามุ่ยขมวดคิ้วเครียด
“พี่ไม่ถามหรอกนะว่าทำไมซึงฮยอนถึงปล่อยให้ซึงรีนั่งรออยู่ที่นั่นตั้งหลายชั่วโมง ไม่อยากรู้ว่ะ ตอนนี้กินมาม่าซะ เดี๋ยวไปเอาเจ้าซินดี้มานั่งเป็นเพื่อน” เลื่อนถ้วยเซรามิคเข้าใกล้เด็กหนุ่มอีกนิด ก่อนลุกขึ้นไปเดินสาระวนหาเจ้าซินดี้ที่ว่าทั่วห้อง ก้มๆเงยๆตามซอกมุมอยู่นาน ชองยุนโฮก็กลับมาพร้อมก้อนกลมขนปุยสีขาวหูตั้งตากลมกระดิกหางดุ๊กดิ๊กน่ารักน่าเอ็นดู
“ซินดี้! พี่ยุนโฮปล่อยซินดี้ลงมา..” ร่าเริงขึ้นถนัดตา ยื่นแขนขออุ้มเจ้าตูบตัวน้อยบ้าง ทว่าชายหนุ่มหน้าขาวผมทองน้ำตาลกลับหวง ยกเจ้าซินดี้แนบอก “กินมาม่าพี่ก่อน” แถมบังคับเขากินมาม่ารสเด็ดเพียงลมปาก ให้อีซึงฮยอนเดาสิบครั้ง เชื่อเถอะว่ารสชาติมันไม่เหมือนที่คนทำอวดอ้างสักนิด ไม่ต่างจากสองปีที่แล้วหรอก แย่อย่างไรอย่างนั้นชัวร์
หากข้อแลกเปลี่ยนเป็นการสัมผัสน้องหมาขนนุ่ม เขาเลยจำใจคีบเส้นมาม่า กลั้นหายใจเอาเข้าปาก กลืนอึกเดียวแบบไม่ต้องเคี้ยวเพราะกลัวรับรู้รสชาติแปลกประหลาด นานเกือบสิบนาทีนั่นล่ะ กว่าทั้งชามจะเหลือเพียงน้ำซุป เล่นเอาหมดพลังงานไปมากโข เริ่มไม่แน่ใจว่าคุ้มหรือไม่กับการได้อุ้มซินดี้สมใจ
“หมดแล้ว พี่ยุนโฮปล่อยซินดี้ลงมานี่เร็ว” ตบหน้าตักตัวเองสั่งให้ชองยุนโฮวางเจ้าซินดี้หมาน้อยพันธุ์ชิสุ รุ่นพี่ไม่อิดออดเหมือนครั้งก่อน ทำตามที่บอกง่ายดาย ก่อนยกถ้วยเซรามิคไปล้าง ทิ้งให้อีซึงฮยอนเพลิดเพลินเกาพุงให้หมาหน้าโง่ขนปุยเพียงลำพัง กระทั่งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยถึงได้กลับมานั่งมองใกล้ๆ ณ ตำแหน่งเดิม
“มันคงคิดถึงซึงรีเนอะ..” พูดพลางมือแปะลงบนหัวทุยเจ้าซินดี้พลางบังคับให้หมาพยักหน้าเห็นด้วย ส่งยิ้มมุมปากละมุนละไมเมื่อคนข้างกายหัวเราะตาปิด “ฮื้อ พี่ยุนโฮดูแลแบบทิ้งๆขว้างๆรึเปล่าซินดี้” ยกขาหน้าชิสุตัวน้อยขึ้นมาโบกหยอยๆ ใส่ชองยุนโฮ ทั้งหอมทั้งกอดทั้งจูบตัวมีขนสีขาวนุ่มนิ่มจนใครบางคนนึกอิจฉาอยากลองเป็นซินดี้ขึ้นมาซักวัน
คำถามสารทุกข์สุกดิบถูกเอ่ยถามไม่หยุดหย่อน ส่วนมากเป็นชองยุนโฮที่เปิดปากพูด อีกคนมัวแต่สนใจซินดี้พยักหน้าตอบส่งๆไปเสียทุกคำถาม
“เราผอมลงรึเปล่า...”
“เปล่านี่ฮะ”
ยังคงสนใจแต่ชิสุตัวน้อย เลยไม่สังเกตเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่าย กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาโดยบังเอิญ วินาทีแรกเขายิ้มรับและเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม หากชองยุนโฮกลับนิ่งเงียบจนเขาไม่สามารถทนสบตาได้นานนัก
บรรยากาศในตอนนั้นจึงเหมือนเข็มนาฬิกาหยุดเดินไปเสียดื้อๆ มีเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจเท่านั้นที่รุมเร้าและรื้อฟื้นให้ความทรงจำเกี่ยวกับรุ่นพี่ตรงหน้ากระจ่างมากขึ้นทุกที
“พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าวันไหนซึงฮยอนมันทำให้ซึงรีเสียใจพี่จะเอาเราคืนมา..”
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อ่านฟิคเรา : )
จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่แต่งไว้นานมากแล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่จบและค้างคาไว้ในคอม
ไม่มีอะไรทำเลยเอามาโพสไว้ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
ปล. ถึงจะมีแค่หนึ่งหรือสองคอมเมนท์เราก็ดีใจค่า :’)