SO-LO (3)

posted on 02 Jan 2010 23:34 by toptory-fic  in SO-LO

 

 

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านช่องว่างม่านมูลี่ กระทบเข้าดวงตาจนไม่สามารถทนนอนเปื่อยบนเตียง ลองคว่ำหน้าเบี่ยงหลบเผื่อจะช่วยได้บ้าง สุดท้ายแขนขาต้องยอมจำนนบิดไปบิดมาไล่ความเกียจคร้าน ลุกขึ้นพาดผ้าขนหนูขึ้นบ่าเดินตาปรือเข้าห้องน้ำลงอ่างจากุชชี่ไปโดยปริยาย

นานเกือบสองชั่วโมง เครื่องแบบนักศึกษาถึงได้อยู่บนร่างกายสูงยาวเข่าดีในฉบับสมบูรณ์ เพิ่มความหล่อสะท้านใจอีกนิดด้วยเจลแต่งทรงผมเท่เฟี้ยวอย่าบอกใคร ขายาวก็ได้ฤกษ์ก้าวออกจากห้องเพื่อลงมาทักทายสมาชิกภายในบ้านอย่างเช่นทุกวัน

 

 

เจ้ ผมอาจกลับดึกหน่อยนะ ยิ้มอารมณ์สุนทรีในขณะตักอาหารเข้าปาก หญิงสาวนั่งตรงข้ามตากระตุกเหมือนมีอะไรแปลกๆ จึงไม่รีรอไขข้อสงสัย

ไปไหนล่ะ เกี่ยวกับน้องซึงรีรึเปล่า คำตอบคือการพยักหน้า เธอไม่ได้ถามต่อถึงรายละเอียด เมื่อคืนเห็นฤทธิ์เดชแล้วแอบชื่นชมแฟนซึงฮยอนอยู่ไม่น้อย หากเธอไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะยอมหยุดเรื่องงานหมั้นระหว่างวิคกี้กับน้องชายแน่ ที่ทำได้คงแค่เอาใจช่วยชเวซึงฮยอนอยู่ห่างๆ

 

แกดูแลน้องเขาแล้วกัน เจ้ว่าม๊าไม่ชอบซึงรี.. น้องชายยกมือโอเคตกลง ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหาร ระบายยิ้มบางให้พี่สาว ตักกับข้าวใส่จานเอาอกเอาใจไม่ให้คนเป็นพี่ขมวดคิ้วเครียดแทนเขามากนัก

ระหว่างมื้อเช้า สองพี่น้องคุยเรื่องสัพเพเหระกระทั่งชเวซึงฮยอนเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแบรนเนมเรือนแพง เข็มสั้นหยุดอยู่ที่เลขสิบซึ่งเป็นเวลาที่เขาควรนั่งจดจ่อตั้งใจเรียนในมหาวิทยาลัย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่รีรอเด้งตัวบอกลาชเวฮเยยุน หยิบกุญแจรถ เดินเร็วๆออกจากตัวบ้านสู่ลานจอดรถด้านหน้า ทว่าวินาทีที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ หญิงสาวผมบ๊อบชนกระแทกไหล่เขากลับหยุดขายาวไว้ชะงักงัน

 

ขอโทษครับ พอดีผม... เอ่ยขอโทษและกำลังบอกสาเหตุ เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวหันมาสบตา ใบหน้าเลือนรางหากฝังลึกในความทรงจำ ...คิม คิมฮาอิน? เพ่งพิจารณาแล้วมั่นใจว่าไม่ผิด ยิ่งสาวเจ้าผมบ๊อบเรียกชื่อเขาลั่นยิ่งมั่นใจ ริมฝีปากหยักจึงฉีกยิ้มกว้างพร้อมอ้าแขนรับเธอไว้ในอ้อมกอดทั้งตัว ฮื้อ คิดถึงพี่ซึงฮยอนที่สุดเลย  

 

 

 

 

*

 

 

แสงไฟตัดสลับหลากสีภายใต้เสียงเพลงอึกทึกกระตุ้นอารมณ์ครึกครื้นเป็นอย่างดี แก้วใสดีไซด์สวยบรรจุน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่าค่อยๆไล่รินผ่านลำคอไม่รู้จักพอ เรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้นของหญิงสาวข้างกายยิ่งทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม ตาคมจ้องเพียงริมฝีปากอิ่มที่ทาลิบสติกสีแดงกลอสขยับขึ้นลงบอกเล่าเรื่องราวหลายปีที่ทั้งเขาและเธอไม่ได้เจอกัน

 

            อยู่ที่โน่นเรียนหนักชะมัด พี่ซึงฮยอนรู้ไหม กว่าฮาอินจะเรียนจบไฮสคูล ฮาอินต้องเจออะไรมาบ้าง ฮื้อ ถ้าตอนนั้นพี่ซึงฮยอนไปอยู่กับฮาอินก็ดีหรอก ใบหน้าง้ำงอบิดเบี้ยวเมื่อคิดถึงความลำบากในต่างแดนของหญิงสาวผมบ๊อบกำลังสร้างรอยยิ้มบนมุมปากชเวซึงฮยอน

เขาชอบฟังเสียงเธอเล่าแม้เสียงเพลงบีทหนักจะดังสะเทือนโสตประสาทสักแค่ไหน เขาชอบมองใบหน้าเธอเวลาระบายความคิดออกมาเป็นคำพูด

เขาเคยชอบคิมฮาอิน และตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังกลับเข้ามาแทนที่ใครบางคนในหัวใจทีละนิดทีละนิดโดยไม่รู้ตัว

ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเมื่อเช้าเขามีเรียนจนถึงบ่ายสองโมง

ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ..ว่าวันนี้หกโมงเย็นเขานัดใครไว้ที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย

 

 

 

 

 

*

 

 

 

ท้องฟ้าสีเทาผิดกับตอนเช้า บรรยากาศขมุกขมัวคล้ายฝนตั้งเค้า กระจกใสมัวหมองลงทันตาเมื่อหยดน้ำเม็ดเล็กสาดกระเซ็นล่วงหล่นจากเบื้องบน เลยเวลานัดมาเกือบสองชั่วโมง ไม่มีวี่แววรุ่นพี่ตาคมชื่อเดียวกัน ไร้เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือจากเบอร์คุ้นเคย กระนั้นความพยายามที่จะนั่งรอก็ยังดำเนินต่อไป เขาไม่คิดโทรถามว่าเพราะเหตุใด ณ ตอนนี้ชเวซึงฮยอนถึงยังไม่มานั่งอยู่ตรงหน้า

กล่องของขวัญขนาดเล็กถูกมือเรียวหยิบขึ้นมามองในระดับสายตา หมุนมองความเรียบร้อยของกระดาษห่อ ก่อนพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา วันนี้ผมรักพี่ครบหนึ่งปีแล้วนะพี่ซึงฮยอน..

ท้าวคางมองความวุ่นวายด้านนอก ร่มหลากสีเคลื่อนไหวเชื่องช้าราวกับกำลังชื่นชมสายฝนโปรยปราย เลยได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลับตาทบทวนเรื่องราวต่างๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับสาเหตุการผิดนัด กระทั่งรู้สึกถึงแรงสะกิดด้านหลัง ซึงรีมานั่งรอนานหรือยัง.. เสียงนุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ ไหนจะรอยยิ้มประจำตัว อีซึงฮยอนไม่เคยลืม พี่ยุนโฮ...

 

 

 

 

ห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไม่เปลี่ยนไปเลยนับจากที่เขาย้ายออกมา ถึงโทนสีเทาดำที่เจ้าของห้องชอบแลดูหมองหม่นบ้างตามเวลา กลิ่นอายความอบอุ่นยังคงฟุ้งกระจายเหมือนเดิม

กินข้าวยัง พี่ทำมาม่าให้เอาเปล่า แม้ไม่ได้รับคำตอบ ชองยุนโฮก็จัดการเปิดตู้เย็น หั่นผัก ต้มนู่นต้มนี่ จนได้กลิ่นฉุยๆลอยออกมาจากโซนห้องครัวอยู่ดี ไม่นานนักถ้วยเซรามิคพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของพี่ยุนโฮก็ลอยมาวนเวียนอยู่ตรงหน้า เอ้า! อร่อยโคตร ไม่เชื่อลอง อวดสรรพคุณมาม่ารสเด็ด ก่อนวางถ้วยเซรามิคบนโต๊ะญี่ปุ่น ทำท่าจะป้อนให้ถึงปากเมื่อเห็นรุ่นน้องอดีตเจ้าของหัวใจนั่งหน้ามุ่ยขมวดคิ้วเครียด

 

พี่ไม่ถามหรอกนะว่าทำไมซึงฮยอนถึงปล่อยให้ซึงรีนั่งรออยู่ที่นั่นตั้งหลายชั่วโมง ไม่อยากรู้ว่ะ ตอนนี้กินมาม่าซะ เดี๋ยวไปเอาเจ้าซินดี้มานั่งเป็นเพื่อน เลื่อนถ้วยเซรามิคเข้าใกล้เด็กหนุ่มอีกนิด ก่อนลุกขึ้นไปเดินสาระวนหาเจ้าซินดี้ที่ว่าทั่วห้อง ก้มๆเงยๆตามซอกมุมอยู่นาน ชองยุนโฮก็กลับมาพร้อมก้อนกลมขนปุยสีขาวหูตั้งตากลมกระดิกหางดุ๊กดิ๊กน่ารักน่าเอ็นดู

 

 ซินดี้! พี่ยุนโฮปล่อยซินดี้ลงมา..” ร่าเริงขึ้นถนัดตา ยื่นแขนขออุ้มเจ้าตูบตัวน้อยบ้าง ทว่าชายหนุ่มหน้าขาวผมทองน้ำตาลกลับหวง ยกเจ้าซินดี้แนบอก กินมาม่าพี่ก่อน แถมบังคับเขากินมาม่ารสเด็ดเพียงลมปาก ให้อีซึงฮยอนเดาสิบครั้ง เชื่อเถอะว่ารสชาติมันไม่เหมือนที่คนทำอวดอ้างสักนิด ไม่ต่างจากสองปีที่แล้วหรอก แย่อย่างไรอย่างนั้นชัวร์

หากข้อแลกเปลี่ยนเป็นการสัมผัสน้องหมาขนนุ่ม เขาเลยจำใจคีบเส้นมาม่า กลั้นหายใจเอาเข้าปาก กลืนอึกเดียวแบบไม่ต้องเคี้ยวเพราะกลัวรับรู้รสชาติแปลกประหลาด นานเกือบสิบนาทีนั่นล่ะ กว่าทั้งชามจะเหลือเพียงน้ำซุป เล่นเอาหมดพลังงานไปมากโข เริ่มไม่แน่ใจว่าคุ้มหรือไม่กับการได้อุ้มซินดี้สมใจ

หมดแล้ว พี่ยุนโฮปล่อยซินดี้ลงมานี่เร็ว ตบหน้าตักตัวเองสั่งให้ชองยุนโฮวางเจ้าซินดี้หมาน้อยพันธุ์ชิสุ รุ่นพี่ไม่อิดออดเหมือนครั้งก่อน ทำตามที่บอกง่ายดาย ก่อนยกถ้วยเซรามิคไปล้าง ทิ้งให้อีซึงฮยอนเพลิดเพลินเกาพุงให้หมาหน้าโง่ขนปุยเพียงลำพัง กระทั่งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยถึงได้กลับมานั่งมองใกล้ๆ ณ ตำแหน่งเดิม

 

มันคงคิดถึงซึงรีเนอะ.. พูดพลางมือแปะลงบนหัวทุยเจ้าซินดี้พลางบังคับให้หมาพยักหน้าเห็นด้วย ส่งยิ้มมุมปากละมุนละไมเมื่อคนข้างกายหัวเราะตาปิด ฮื้อ พี่ยุนโฮดูแลแบบทิ้งๆขว้างๆรึเปล่าซินดี้ ยกขาหน้าชิสุตัวน้อยขึ้นมาโบกหยอยๆ ใส่ชองยุนโฮ ทั้งหอมทั้งกอดทั้งจูบตัวมีขนสีขาวนุ่มนิ่มจนใครบางคนนึกอิจฉาอยากลองเป็นซินดี้ขึ้นมาซักวัน

คำถามสารทุกข์สุกดิบถูกเอ่ยถามไม่หยุดหย่อน ส่วนมากเป็นชองยุนโฮที่เปิดปากพูด อีกคนมัวแต่สนใจซินดี้พยักหน้าตอบส่งๆไปเสียทุกคำถาม

เราผอมลงรึเปล่า...

เปล่านี่ฮะ

ยังคงสนใจแต่ชิสุตัวน้อย เลยไม่สังเกตเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่าย กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาโดยบังเอิญ วินาทีแรกเขายิ้มรับและเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม หากชองยุนโฮกลับนิ่งเงียบจนเขาไม่สามารถทนสบตาได้นานนัก

 บรรยากาศในตอนนั้นจึงเหมือนเข็มนาฬิกาหยุดเดินไปเสียดื้อๆ มีเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจเท่านั้นที่รุมเร้าและรื้อฟื้นให้ความทรงจำเกี่ยวกับรุ่นพี่ตรงหน้ากระจ่างมากขึ้นทุกที

 

พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าวันไหนซึงฮยอนมันทำให้ซึงรีเสียใจพี่จะเอาเราคืนมา..

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อ่านฟิคเรา : )

จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่แต่งไว้นานมากแล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่จบและค้างคาไว้ในคอม

ไม่มีอะไรทำเลยเอามาโพสไว้ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

 

ปล. ถึงจะมีแค่หนึ่งหรือสองคอมเมนท์เราก็ดีใจค่า :’)

 

 

SO-LO (2)

posted on 31 Dec 2009 00:20 by toptory-fic  in SO-LO

 

 

อีซึงฮยอน เฟรชชี่ปีหนึ่ง คณะบัญชีบริหารธุรกิจ นิสัยพื้นฐานจิ๊จ๊ะน่ารัก กระตือรือร้นกับสิ่งรอบตัว ไม่ท้อแท้แม้เหนื่อยล้า อยากได้ต้องได้ ไม่อยากได้ก็ไม่แคร์ ฐานะทางครอบครัวปานกลางแบบพอเพียง คุณพ่อคุณแม่น่ารักเหมือนลูกชาย ซึงฮยอนฝากตัวแล้วเรียบร้อย

ทุกอย่างที่เป็นซึงรี ซึงฮยอนไม่เคยรังเกียจ มีเพียงสิ่งเดียว ชเวซึงฮยอนอยากให้ซึงรีปรับเปลี่ยนเสียหน่อยคือ โผงผางนักเลงไม่ปิดบังใครโดยเฉพาะกับคนมีฐานะ กว่าเขาจะจับเอาเด็กแว่นอยู่หมัด ชเวซึงฮยอนเจออุปสรรคหลายสิบประการ ทั้งด่านพี่ชายหน้าตี่ปากห้อยอดีตแฟนเก่า ด่านเพื่อนสนิทตาหยีกวนประสาท ด่านรุ่นพี่ในคณะปากหมาน่ารำคาญ

เพราะแฟนตัวน้อยเป็นที่รักของหลายๆคน ไม่แปลกเลยที่จะมีคนหวงและห่วงใย โชคดีแค่ไหนที่เขาได้ซึงรีมาไว้ในครอบครอง แล้วเรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆเพียงเพราะคำสั่งไร้สาระของมารดา

 

ผมต้องทำยังไงบ้างนะ? สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่พูดไม่เถียงไม่โวยวาย นั่งนิ่งๆ แค่นี้ใช่ไหมฮะนับนิ้วทวนสิ่งที่ชเวซึงฮยอนบอกไว้ตลอดทาง หลับตาทำสมาธิ จัดแต่งทรงผมให้ดูเรียบร้อย หันไปยิ้มหวานส่งท้ายชนิดที่ว่าคนมองประจำทุกวันยังอึ้งกิมกี่ อดไม่ได้ที่จะเรียกเด็กแว่นที่กำลังเปิดประตูลงจากรถแผ่วเบา ซึงรี...” เจ้าของชื่อชะงักเล็กน้อย ตอบรับในลำคอ หันมาเลิกคิ้วมองหน้าสงสัย ..ฮะ?”

พี่รักซึงรีที่สุดเลยนะรู้ไหมคนฟังกรอกตา ไม่รู้ไม่ชี้ ฉีกยิ้มเห็นเขี้ยวหวานสะท้านหัวใจลูกเศรษฐีรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน รักเหมือนกันแหละน่า..”

 

 

 

 

สร้างบรรยากาศสีชมพูฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณเสร็จ ชเวซึงฮยอนกดสัญญาณล๊อครถสปอร์ตเฟอรารี่สีแดงสุดหรู เดินอ้อมจากตำแหน่งคนขับมาจับมือกระชับความแนบแน่นเพิ่มความมั่นใจ โอบไหล่เด็กเนิร์ดข้างกาย นำพาเดินผ่านสวนแมกไม้ประหนึ่งจำลองพื้นที่ป่าดิบชื้นไว้ในบ้าน

ว่าที่อนาคตลูกสะใภ้ตระกูลชเวเบ้ปากตลอดทาง ไม่ถูกชะตากับรัศมีโอเว่อร์รอบตัวขั้นรุนแรง รู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่เมื่อก้าวพ้นบานประตูแล้วพบสาวใช้คอยต้อนรับเหมือนหนังเอฟโฟว์บ้านกูจุนพโยไม่ผิดเพี้ยน เฮอะ! อีซึงฮยอนจะอ้วก!

 

เขาไม่มีอะไรทำกันหรือไง มายืนรอพี่กลับบ้านเนี่ยนะหันไปกระตุกชายเสื้อถามรุ่นพี่ด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายผลัดกับก้มหัวสวัสดีหญิงสาวตลอดทางเดิน เบื่อแทนพี่สาวพวกนั้นชะมัด..” บ่นกรอกหูชายหนุ่มตาคม ก่อนทิ้งตัวลงนั่งโซฟานุ่มนิ่มยิ่งกว่าที่บ้านเขาใช้ร้อยสามสิบเก้าเท่า ไม่รู้เอาขนจามรีมาทำหรือไง นั่งทีเหมือนลอยอยู่บนอากาศยังไงชอบกล

 

ม๊ายังไม่กลับอีกหรอเจ้ตบเบาะทดลองความนุ่มนิ่มเพลินจนลืมสังเกตเห็นหญิงสาวผมยาวร่างบางผิวขาวปากชมพูแก้มใสหน้าตาเหมือนชเวซึงฮยอนเด๊ะ รู้สึกอีกทีก็ตอนสาวเจ้ามานั่งอยู่ข้างกันนั่นล่ะ

..สวัสดีฮะพี่ฮเยยุนถึงจะมีแฟนเป็นผู้ชาย ต่อมความตื่นเต้นเวลาเจอสาวงามของอีซึงฮยอนยังคงใช้งานได้ดี ลุกขึ้นยืนก้มหัวตามมารยาท เอ่ยทักทายตะกุกตะกักผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวพี่ซึงฮยอนเสียงเบา

 

อืม ไม่เห็นเหมือนที่แกเล่าเลยเหอะ แต่ก็น่ารักดี..” เหมือนชมถ้าไม่ติดประโยคถัดไป เจ้ว่าติ๋มอ่ะ สู้ม๊าไม่ได้แน่...ติ๋ม! ดูยังไงติ๋ม อยากถอดเสื้อโชว์ซิกแพคเสียตอนนี้ พี่สาวจะได้ไม่กล่าวหาเขาแบบผิดๆ ให้ตาย! คนรวยเขาดูกันภายนอกจริงจัง

 

 

 

สวัสดีค่ะคุณนาย สวัสดีดีครับคุณนาย...

ยังไม่ทันได้แกะกระดุมเม็ดแรกโชว์กล้ามเนื้อสมใจ เสียงกล่าวสวัสดีจากสาวใช้นับร้อยพูดพร้อมเพียงก้องกังวานคฤหาสน์หลังใหญ่เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินเด่นสง่าหากแต่ใบหน้าเรียบเฉยค่อยๆตรงเข้ามา

 

ม๊ามาแล้วอ่ะ เจ้ไปก่อนนะซึงฮยอน ไม่ไหว ไม่อยากโดนด่าว่าแล้วหญิงสาวตระกูลชเวไม่รอช้า วิ่งขึ้นบันไดหายวับในพริบตาเดียว เริ่มรู้สึกปอดขึ้นมาตะงิด เคยฟังมาบ้างเรื่องคุณแม่หน้าเฉยของพี่ซึงฮยอน เนี้ยบและโหดไม่ว่ากับใคร ไม่นึกว่าลูกชายลูกสาวเขาก็ไม่เว้น

 

 

สวัสดีครับม๊านานเกือบสิบห้านาทีหลังจากได้ยินเสียงสาวใช้ต้อนรับการกลับมาของคุณนายชเว คงเพราะทางเดินเข้าตัวบ้านไกลเกือบร้อยเมตร กว่าม๊าพี่ซึงฮยอนจะเดินมาถึง กินเวลาเท่านั้นก็ไม่แปลก

 

ซึงรี สวัสดีแม่พี่สิครับ...” หลุดออกจากพวังฉุนมหาเศรษฐีแทบไม่ทัน สะดุ้งพอเป็นกระสัย ก้มหัวสวัสดีนอบน้อมเท่าที่จะทำได้ ทว่าเงยหน้าขึ้นมากลับพบใบหน้าขมึงตึงไม่สบอารมณ์จ้องมาทางเขา อีซึงฮยอนถึงได้ขมวดคิ้วฉับพลันส่งสายตาไม่เกรงกลัวไปท้าทายเช่นกัน

 

เพื่อนเหรอซึงฮยอนนิ่งเสียจนลูกชายปาดเหงื่อไม่กล้าตอบ คนข้างกายจึงหัวเราะในคอ ตอบเองแบบไม่มีใครถาม

เปล่าฮะ ผมเป็นแฟนพี่ซึงฮยอน ชื่อซึงฮยอนเหมือนลูกคุณแม่นั่นล่ะจบประโยคบอกเล่า สายตานับสิบนับร้อยคู่ส่งตรงถึงเด็กหนุ่มปากกล้า ยืนยิ้มไม่สะทกสะท้านความเย็นเฉียบจากตัวคุณนายชเวแม้แต่นิด หนึ่งในร้อยสายตานั้นรวมชเวซึงฮยอนด้วยแล้ว รายนั้นทั้งมองทั้งสั่น ปอดแหกยิ่งกว่าใคร!

 

แฟน? หน้าตาอย่างงี้น่ะเหรอแฟนลูกชายฉันเออเซ่ะ หน้าตาแบบนี้มันแบบไหนไม่ทราบ อีกอย่างลูกชายคุณแหละจีบเขาไม่ใช่เขาวิ่งล่าไปจับลูกชายคุณ อย่าให้เซด เดี๋ยวมีเรื่อง

 

เราคบกันมาหนึ่งปีแล้วฮะ ผมได้ข่าวว่าคุณแม่จะจัดงานหมั้นให้พี่ซึงฮยอน ผมว่าคลุมถุงชนมันหัวโบราณมากนะฮะ เลิกดีกว่า...” พยักหน้าพูดจามีหลักการ ไม่กลัวรัศมีมืด แถมยังเดินไปควงแขนชายหนุ่มโชว์อีกต่างหาก

เนอะพี่ซึงฮยอน..” ยิ้มกว้างขอความเห็น ได้คำตอบเป็นอาการยิ้มเหยกลับมา อีซึงฮยอนเลยบิดเนื้อสีข้างให้เสียหนึ่งทีโทษฐานไม่รับมุก ทำมุกแป๊กแตกกระจายไม่เหลือเศษให้เก็บ

 

ม๊าพูดรอบสุดท้ายนะชเวซึงฮยอน วิคกี้จะกลับอาทิตย์หน้า เตรียมตัวไว้ด้วย  ไม่ฟังแล้วยังเดินผ่านเขาไปราวกับซึงรีเป็นเพียงธาตุอากาศ ปรี๊ด! ปรี๊ดมาก! เส้นเลือดปูดข้างขมับจนชายหนุ่มรุ่นพี่หนวดเบาๆพลางพูดให้กำลังใจ เย็นไว้ซึงรี พี่บอกแล้วให้เราเงียบ...” ปลอบใจจบด้วยต่อว่าแบบนี้ต้องโดนอีกหนึ่งดอก โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย ทำร้ายร่างกายพี่จัง รวบยอดทีเดียวเราลุกไม่ขึ้นแน่ อ่ะ! ตีอีกล่ะ จับกดตรงนี้เลยดีมั้ย

 

แม้ต่อหน้ามารดาจะลูกแหง่สักแค่ไหน เมื่อหลุดพ้นสายตาเมื่อใด ธาตุแท้ลูกชายเศรษฐีระดับท๊อปประเทศตระกูลชเวก็ซ่าแสบม่อหื่นกามไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป โดยเฉพาะต่อหน้าเด็กแว่นนามซึงรีด้วยแล้ว ซึงฮยอนยิ่งเล่นหูเล่นตามากขึ้นอีกสิบเท่า นอนนี่ไหมครับ เตียงนุ๊มนุ่ม นอนข้างพี่ยิ่งนุ่มเลยนะเอ้า!” อ้าแขนเตรียมพุ่งทะยานกอดรัดฟัดเหวี่ยง ติดอยู่ที่ว่าเด็กในสังกัดดันทำหน้าเฉยไม่รับมุกเสียอย่างนั้น ไม่เอาหรอก น่าเบื่อจะตายบ้านพี่น่ะ รู้งี้ไม่เลิกกับพี่ยุนโฮก็ดี ไม่โอเว่อร์เกินเหตุแบบพี่ด้วยบ่นงุบงิบกะไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินแต่หูกางปีกเท่าช้างน้ำแบมโบ้กลับดูดเสียง ทำหน้าง้ำหน้างอ กระแทกก้นนั่งลงบนโซฟาตัวเดิม

 

..พี่มันไม่ดี พี่มันเว่อร์ พี่มันไม่ถูกใจ ใช่ซี๊ ชองยุนโฮดีเลิศ ชเวซึงฮยอนเทียบไม่ได้สักอย่าง มีแฟนแฟนก็ไม่รัก โดนจับแต่งงานยังไม่สนใจ คบชู้สู่ชาย รันทดได้อีกว่ะไอ้ซึงฮยอนเอาหมอนปิดหน้าเพิ่มความน่าสงสารอีกนิด ถอนหายใจยาวเหยียดจนหมดปอด สุดท้ายพื้นที่ว่างเปล่าที่ตอนนี้แทนด้วยใครบางคนเป็นคำตอบอย่างดีว่า มุกงอนตัดพ้อของชเวซึงฮยอนได้ผลเสมอกับอีซึงฮยอน ล้อเล่นน่า โหย รักพี่จะตาย ดีกันดีกว่าเนอะเอียงหัวซบไหล่ไม่เกรงใจสายตาสาวใช้รอบกาย ชูนิ้วก้อยสู่ระดับสายตา แต่รุ่นพี่ไม่แยแสเพราะยังมีหมอนปิดหน้า จึงเปลี่ยนตำแหน่งลดมืดลงมาจิ้มพุงนิ่ม เล่นเจ้าปูน้อยบนหน้าท้องชเวซึงฮยอน

 

เพื่อนเล่นรึไง เล่นพุงพี่ เดี๋ยวเหอะ...” ถลึงตาแข่งกันใหญ่ คาดว่าเกมนี้ซึงรีเสียเปรียบเพราะตี่กว่าลูกคนรวยเยอะ ทำไม พี่ซึงฮยอนจะทำไรผม  ใช้เสียงเข้าสู้ ยื่นปากหาเรื่อง โคลงหัวลอยหน้าลอยตาเมื่อรู้ว่าชเวซึงฮยอนไม่กล้าทำอะไรเขาหรอก โด่ ทำไม่..เอ้ย! พี่ซึงฮยอน...”

 

พลาดพลั้งแบบไม่ทันตั้งตัว สิ่งไม่คาดคิดจึงเกิดขึ้นไวกว่าความคิด สองแก้มโดนมือใหญ่จับแนบไว้ ก่อนใบหน้าจะเคลื่อนใกล้กันจนไม่เหลือช่องว่าง เสียงเจื้อยแจ้วหายไปทันควัน ไม่มีโอกาสให้พูดเมื่อริมฝีปากถูกทาบทับแน่นสนิท ดิ้นขลุกขลักไม่เคลิ้มแถมปล่อยหมัดใส่อกคนฉวยโอกาสตลอดเวลา อีกฝ่ายจึงผละออกมาด้วยอารมณ์นึกเสียดายแต่ก็แอบยิ้มสะใจ

 

ทำร้ายร่างกายพี่อีกครั้งโดนแบบเมื่อกี้ เข้าใจนะครับน้องซึงฮยอนยกมือถามโอเคอันเดอแสตนด์ เห็นเด็กเสียจูบแรกปาดปากป้อยๆแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มกริ่มเยาะเย้ย ถึงจะคบกันมาเกือบหนึ่งปี หากเรื่องแตะเนื้อต้องตัวก้าวหน้าได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวช่วงเวลาดูใจ

ผมโกรธพี่แล้ว แต่งไปเลยวิสกัสวิสกี้ชื่อเหมือนอาหารแมวไรนั่นน่ะปากพูดอีกอย่าง ร่างกายทำอีกอย่าง ยอมให้อีกฝ่ายโอ๋ลูบหัวง้อ จริงๆไม่อยากยอมง่ายๆ ซัดให้หายซักหมัดถึงจะคุ้ม หากสายตาเรียบเฉยจากระเบียงชั้นสองทำให้อีซึงฮยอนต้องเปลี่ยนความคิดกะทันหัน ยอมซุกอกยิ้มแย้มหวานเยิ้ม เล่นเอาคนมองด้านบนเดินหนีเข้าห้องไปหลังจากส่งรอยยิ้มเย็นชากระแทกตาเขาอย่างจัง

 

พอเลยพี่ซึงฮยอน ผมง่วง ไปส่งบ้านด้วยในเมื่อไม่มีคนสอดแนมจะอ่อยทำตัวน่ารักดุ๊กดิ๊กต่อทำไม ดันหน้าชเวซึงฮยอนออกจากซอกคอ ลุกขึ้นยืนเดินนำหน้า ทิ้งให้รุ่นพี่มหาวิทยาเดียวกันเดินเกาหัวควงกุญแจรถตามต้อยๆปรับอารมณ์แทบไม่ทัน รอพี่ด้วยซึงรี จะรีบเดินไปไหนว้า..

 

 หลังจากลูกชายและแขกแปลกหน้ากลับไป บรรยากาศเงียบสงบปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้ง หลอดไฟระย้ากลางห้องโถงสว่างไสวเต็มเปี่ยมด้วยพลังงาน ทว่ามันกลับกระพริบวูบไหวทันทีที่คุณนายชเวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโซฟาที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกับเด็กหนุ่มอ้างตัวเป็นคนรักนั่งพลอดรักกันไม่กี่นาทีก่อน

เครื่องมือสื่อสารที่กำลังถือไว้ยกขึ้นแนบหู กรอกเสียงเย็นเหยียบหากแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ เลื่อนวันกลับเป็นพรุ่งนี้ น้าเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เธอจะจัดการกับซึงฮยอนยังไง..”

 

 

SO-LO (1)

posted on 21 Dec 2009 22:47 by toptory-fic  in SO-LO

 

            ภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่ แสงไฟประดับนับร้อยเปิดเรียงรายทั่วบ้านราวกับไม่แยแสแคมเปญรณรงค์ลดโลกร้อนของประเทศ รถสปอร์ตหลายคันราคาเฉียดสิบล้านจอดเทียบท่าแสดงให้เห็นถึงฐานะร่ำรวยติดอันดับท๊อปเทนในแถบเอเชีย อาณาเขตตัวบ้านกินพื้นที่เกือบสองร้อยไร่

หากเงินทองจะมีประโยชน์อะไรเล่า เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนประจำตระกูลชเวไม่คิดสืบทอดหรือครอบครองกิจการต่อ เหตุผลไม่ใช่เพราะเสเพลเกเรไม่เอาไหน แต่เพราะถูกบังคับขู่เข็ญเหมือนละครน้ำเน่าให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่ต้องการ

 

            เจ้ฮเยยุนช่วยผมพูดกับม๊าหน่อยดิ๊ ผมไม่อยากแต่งงานกับวิคกงวิคกี้อะไรนี่นะเว้ยทำตาเชื่อมใส่พี่สาวที่นั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาหรูยี่ห้อแพง พยักหน้าเบะปากแปลงร่างเป็นน้องชายตัวเล็กอายุสิบขวบ สะกดจิตชเวฮเยยุนเต็มพิกัด ก่อนได้รับคำตอบเป็นอาการสะบัดผมพร้อมเสียงหวานใสทว่าไม่เข้าหูชเวซึงฮยอนอย่างแรง

           

แล้วจะเอาน้องซึงรีของแกมาเป็นลูกสะใภ้ม๊าเนี่ยนะ! เป็นน้องสะใภ้ฉันเนี่ยนะ! ผู้ชายเนี่ยนะซึงฮยอน!” ย้ำเนี่ยนะถึงสามครั้งสามครา เล่นเอาน้องชายหน้าหงายกับเนี่ยนะสุดท้าย ใจจริงอยากตอบกลับไปว่าแล้วไง ผู้ชายแล้วไง!? แต่คิดไปคิดมา นอกจากพี่สาวจะไม่ช่วย คงต่อต้านสุดที่รักในดวงใจเขามากขึ้นกว่าเดิมแหง

 

โหยเจ้! ผมคบกับน้องเขาตั้งนาน อยู่ดีๆม๊าก็เอาวิคกี้มาจับคู่ผมเฉย เจ้มีแฟนเหมือนกัน สงสารผมบ้างดิครับอ้างแฟนพี่สาวเผื่ออีกคนเปลี่ยนใจ นอกจากจะรวยด้วยชาติกำเนิดเงินทอง ชเวซึงฮยอนยังอัจฉริยะที่หนึ่ง และมันได้ผล พี่สาวแสนสวยสุดเซ็กซี่นิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด ไม่กี่นาทีถัดมานั่นล่ะ เออ เดี๋ยวช่วย...” ซึงฮยอนถึงได้ยิ้มกว้างชูไม้ชูมือชอบอกชอบใจกระโดดกอดพี่สาว หอมแก้มฟอดใหญ่เป็นรางวัลตบท้าย

 

โคตรรักเจ้อ่ะ ไปเจ้ ไปคุยเดี๋ยวนี้เลยฉุดกระชากลากจูงร่างบอบบางอ้อนแอ้น เดินนำเป็นแม่ทัพขึ้นบันไดโค้งดีไซด์สวย ยิ้มมุมปากอารมณ์ดีผิวปากลั่นล้าจนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้สลักลายลักษณ์งามหยดย้อย สะกิดแขนพี่สาวให้เคาะเรียกมารดา ทำตัวปอดแหกหลบอยู่ด้านหลัง กระทั่งผู้เป็นแม่ตอบรับอนุญาตการเข้ามาของลูกชายและลูกสาวทั้งสอง

กำลังอยากเจอเราพอดีซึงฮยอน วิคกี้เขาจะกลับมาอาทิตย์หน้า ม๊าจัดการเรื่องจองโรงแรมจัดงานหมั้นเรียบร้อยแล้วนะอยากเอาหัวโขกเสาตาย ฮือ ม๊า! วิคกี้เป็นใคร วิคกี้หน้าตาเป็นยังไงเขายังไม่เคยเห็น อ้วนผอมเตี้ยล่ำรึเปล่าก็ไม่รู้ ชเวฮเยยุนบอกไปเลยชเวซึงฮยอนไม่ปลื้ม!

 

เอ่อ ม๊า..เจ้มีอะไรอยากบอกม๊าครับกระทุ้งแขนใส่คนยืนเรียบร้อยด้านข้าง พี่สาวสะดุ้งเฮือกเหมือนผีเข้า กระแอมเกริ่นนำ อธิบายแทนเขาเสียงเบากว่ายุงกระพือปีก

 

ม..ม๊าคะ หนูว่าให้เวลาซึงฮยอนอีกนิดดีไหมคะดีมากเจ้ เอาอีก ให้เวลาแบบอันลิมิต ไม่จำกัดเลยยิ่งดี เอาเลยเจ้! “ซึงฮยอนยังไม่พร้อมหรอกค่ะพูดเสร็จก็ก้มหน้าหลบสายตาจับผิดเขม็งจากมารดา คนเป็นน้องเลยพลอยก้มหน้างุดไปด้วยไม่ได้ ทำไม? มีเหตุผลอะไรซึงฮยอน

 

ซวย! บอกได้คำเดียวว่าซวย ถามอะไรชเวซึงฮยอนอ่ะม๊า ถามฮเยยุนดีกว่า ผม...” ขืนบอกไปว่าเขามีแฟนแล้วแถมเป็นผู้ชาย ม๊าตัดขาดความสัมพันธ์ชัวร์ป้าบ

ลูกชายคนเล็กเดินไปนั่งขนาบข้างแม่บังเกิดเกล้า ซบไหล่อ้อนเป็นเด็กน้อยสมัยเยาว์วัยให้คุณนายชเวลูบหัวเอ็นดู ไหนมีอะไรบอกม๊าซิ

ถึงลูกชายคนเดียวตระกูลชเวจะอายุพร้อมออกเรือนใกล้จบปริญญาตรีแล้วก็ตามที ในสายตาคนเป็นแม่ไม่ว่าจะตัวโตสักแค่ไหน ชเวซึงฮยอนยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ

ห้ามโกรธผมนะจับมือมารดาแน่น หอมแก้ม ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนได้รับคำตอบเป็นอาการส่ายหน้าน้อยๆ จึงตัดสินใจบอกความจริงด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ

ผมมีแฟนแล้วครับ อยู่ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยเดียวกัน เรียนเก่งด้วยนะครับ นิสัยน่ารักด้วย ม๊าเห็นต้องชอบแน่ครับ...” มั้ง ลืมเติมท้ายให้เพราะกลัวโดนด่า แค่นี้ก็สั่นจะแย่ หลับตาปี๋ ขณะคนข้างกายยังนิ่งเงียบไม่พูดหรือตอบรับสิ่งใด ฮเยยุนที่ยืนก้มหน้าอยู่เลยก้าวเข้าช่วยน้องชายทันที

 

น้องน่ารักจริงๆค่ะม๊าโกหกแนบเนียนระดับห้าดาวแบบนี้เขารักพี่สาวที่สุด กระพริบตาปริบๆเป็นเชิงขอบคุณ สองลิงขนาบข้างผู้มีอายุมากกว่าได้แต่นิ่งเงียบรอคำตอบ กระทั่งเสียงเรียบเฉยเอ่ยทำลายความน่าอึดอัดลง

วิคกี้จะกลับมาอาทิตย์หน้า เตรียมตัวด้วยล่ะซึงฮยอน  ย้ำความจริงใส่สมองอีกครั้ง ก่อนจ้ำอ้าวออกไปทิ้งเขาไว้กับพี่สาวแสนสวยนั่งห่อเหี่ยวชีวิตไม่แพ้กัน เจ้ช่วยได้แค่นี้แหละซึงฮยอน...”   

 

  พยักหน้ารับคำปลอบใจ กุมขมับคิดไม่ตก ทั้งเหนื่อยใจกับคุณนายชเวไม่พอ พรุ่งนี้เขาจะบอกอีซึงฮยอนยังไงเรื่องแม่วิคกี้เด็กนอกที่อยู่ดีดีก็โผล่มาทำเขาเดือดเหนือร้อนใจ โคตรเซ็ง!

เอางี้สิซึงฮยอน ลองพาน้องซึงรีอะไรนั่นมาเจอม๊าไหม ชนะใจแกได้ก็น่าจะชนะใจม๊าได้นะ อยากรู้เหมือนกันว่าดีอย่างที่แกอวดรึเปล่า

 

จูบปากพี่สาวได้ชเวซึงฮยอนอยากทำเดี๋ยวนี้ตอนนี้ นอกจากจะสวยกาย ยังฉลาดล้ำเลิศสมเป็นกุลสตรีประจำตระกูล รักเจ้ว่ะ มากอดที โอ้ย! เจ็บนะเฟ้ยอ้าแขนเตรียมตะปบกอดรัดพี่สาวแต่ดันโดนหมอนอิงนับสิบใบขว้างใส่หน้าไม่ยั้ง โบกมือปัดปายจนถึงตัว ชเวซึงฮยอนถึงได้ฉกหอมแก้มคนเป็นพี่เสียหนึ่งที รักนะเนี่ย ไม่งั้นไม่หอมหรอก ฮ่า...”

 

ยอมโดนฟาดอีกสองครั้ง ชเวซึงฮยอนก็ไม่แคร์ ทางออกสุดเลิศหรูนำแสงสว่างมาให้ เห็นอนาคตแจ่มจรัสระหว่างเขากับอีซึงฮยอนชัดเจน ขอเพียงผู้เป็นแม่ยอมรับ วิคกี้หน้าไหนหรือจะสู้วิคโทรี่ซึงรีของพี่ซึงฮยอน

 

 

*

 

 

ไม่เอา! ผมไม่ไป พี่ยอมแต่งงานกับวิคกี้ไรนั่นไปเถอะ!” เสียงตะโกนแปดหลอดพร้อมอาการกระแทกกองหนังสือสิบเล่มลงโต๊ะเรียกความสนใจจากคนรอบข้างไม่น้อย “…ใจเย็นๆดิครับน้องซึงรีเลิกลั่กหันมองสายตารอบตัวแล้วได้แต่โอบไหล่คนรักให้สงบสติอารมณ์ ประคองหลังค่อยๆนั่งบนเก้าอี้นุ่ม ก่อนส่งยิ้มอ่อนโยนนั่งมองหน้าเด็กเอาแต่ใจ

 

 มองไรพี่ซึงฮยอน ยังไงผมก็ไม่ไป ไม่ชอบ ไม่อยากวุ่นวายมาเป็นชุด ยังไม่ทันพูดอะไรรัวมาเสียคนนั่งมองเกือบหลุดเก๊ก จับเจ้าของเสียงหวานถอดแว่น แล้วจัดการประกบริมฝีปากเรียวบางนั่นชะมัด

 

พี่ว่าแล้ว จริงๆซึงรีไม่เคยรักพี่หรอก ถึงไม่ยอมให้จูบ ไม่ยอมให้หอมแก้ม ไม่ยอมอะไรสักอย่าง..” แกล้งตัดพ้อ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นับเวลารอจังหวะสบตา ตั้งท่าจะลุกออกจากโต๊ะเมื่ออีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยา

งั้นพี่แต่งงานกับวิคกี้ ซึงรีก็ไม่สนใช่ไหม..” ยืนรอคำตอบแล้วเริ่มวิตกจริต หรือน้องมันจะไม่แคร์อย่างที่ว่า ความรู้สึกปั่นป่วนบอกไม่ถูก อีซึงฮยอนไม่ยอมปฏิเสธสิ่งที่เขาแกล้งพูด กลับก้มหน้าอ่านหนังสือเฉยเมย

 

ถ้าบอกว่าผมไม่รักพี่อีกที ผมไม่รักพี่จริงๆด้วย...” แทบกระโดดโลดเต้นรอบห้องสมุด แฟนใครวะรู้จักใช้คำพูดคำจา แล้วก็...เปลี่ยนมุกบ้างนะ จะลุกออกไปก็ลุกออกไปเลย ไม่ต้องมายืนรอ เชยแล้วฮะแถมประชดเก่งเป็นที่หนึ่ง

 

ตกลงไปหาแม่พี่แล้วนะกระแทกก้นนั่งตรงข้ามเด็กแว่นอีกครั้ง จ้องตารอลุ้นคำตอบอยู่นาน ในที่สุด ใบหน้าขาวใสภายใต้กรอบแว่นสีดำก็พยักหน้ารับส่งๆ ให้ชเวซึงฮยอนร้องไชโยโห่ฮี้วรบกวนสมาธิหนอนหนังสืออีกละรอก พี่ซึงฮยอน! คิดว่าเป็นลูกเศรษฐีแล้วจะไม่โดนบรรณารักษ์ด่ารึไงยักไหล่สบายใจ ไม่แยแสสายตานับสิบ อยากตอกกลับไปชะมัด แล้วเมื่อกี้เด็กแว่นที่ไหนโวยวายเสียงดังไม่แพ้เขา เฮอะ!

ฮื้อ ขอโทษคร้าบ...” ก็คนรักแฟนกลัวแฟนอ่ะมีปัญหาป่ะล๊า